วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ไม่ได้บันทึกนาน กับ blog spot เปลี่ยนไป

ปี 2555 ไม่ได้เข้ามาบันทึกอะไรเลย เผลอแป๊ปเดียว เดือนกันยายนแล้ว จะสิ้นปีละ ช่วงเวลาที่สำคัญที่เราจำได้น่ะเหรอ อืม.....

ก็เริ่มจาก ได้ย้ายทีม จากทำงานเป็นกะ มาเป็นทำงาน ออฟฟิศ มีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น แต่เงินลดลง ==" ไม่เป็นเรา เราถือว่าสุขภาพต้องมาก่อน  ลืมบอกไป ย้ายมาช่วง มีนาคม

หลังจากนั้น ช่วงเมษายน ได้ทำการบวชเป็นพระภิกษุเพื่อทดแทนพระคุณพ่อแม่ ช่วงเวลาที่บวชก็รู้สึกดี ได้อะไรดีๆมากมาย แต่เสียดาย เราบวชแค่ 7 วัน 

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย เราต้องหาอะไรทำให้ชีวิตมันมีรสชาติสักหน่อยละ ค่อยก่อนแล้วกัน สิ้นปีนี้ได้รถ จะไปที่ๆอยากไป อยากทำอะไรที่ตอนเด็กๆ แล้วก็ตอนเรียนอยู่ไม่เคยได้ทำ หรือไม่มีโอกาสได้ทำ 


ชีวิตเป็นของเรา  อีกอย่างชีวิตมันสั้นนัก ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกถึงเมื่อไหร่

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จะสิ้นปีแล้ว.....

เวลาใกล้สิ้นปีทีไร มันมีความรู้สึกว่า เวลานี่มันผ่านไปรวดเร็วจริงๆเน๊าะ ว่ามั๊ย ถ้านึกกลับไปตั้งแต่ต้นปี มันมีเหตุการณ์อะไรมากมายให้น่าจดจำ ทั้งสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ปนกันไป แต่ชีวิตมันก็ต้องอย่างงี้แหละ มันถึงจะเรียกว่า ชีวิต

เริ่มที่การได้งานใหม่ช่วงต้นปี ย้ายมาจาก กรุงเทพ แล้วมาอยู่ที่โคราช รู้สึกว่าอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก โชคดีที่อยู่ใกล้บ้านด้วย เดินทางไม่กี่ชั่วโมง ดีกว่าอยู่ กรุงเทพเยอะ อากาศดี มีเพื่อนมากมาย

ปีนี้ก็มีสาวๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ให้หัวใจพองโตเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายแล้วก็แห้วมาทุกคน ฮ่าๆ อย่างว่า ความผิดพลาดเป็นบทเรียน ช่วงนี้ผมเป็นมังสวิรัต กินแห้วบ่อย
==" ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ทำให้ผมมีความสุขในบางเวลา เรายังเป็นเพื่อนที่ดี พี่น้องที่ดีกันได้นะ ^^

ปีนี้ก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้าง ที่ประทับใจก็เชียงคาน เพราะชอบหมอกในตอนเช้า กับบรรยากาศถนนคนเดินในช่วงเวลากลางคืน ชอบมากกกก

ก็เป็นอย่างนี้ทุกที ตอนแรกคิดไว้เยอะแยะมากเลยว่าจะเขียนอะไร แต่พอได้มาเขียนกลับสั้นนิดเดียว

ล่าสุดผมก็สอบ CCNA ผ่านอีกละ อีกสามปีเจอกันใหม่นะครับ หลังจากซุ่มอ่านมานาน ยังไงก็ยังอยากจะทบทวนความรู้สายนี้เหมือนเดิม

สิ้นปีนี้คงไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเอง จะเอาเงินที่ได้ไปทำห้องให้แม่นอนสบายๆ บ้าง แม่ลำบากมาเยอะแล้ว ถึงจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ยอม ^^ รักแม่ที่สุด


ลาก่อน สิ่งไม่ดีในปีนี้ ปีใหม่ ขอให้มีอะไรดีๆเข้ามาบ้างนะครับ

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

จะทำได้มั๊ย

ตื่นมาตอนสายๆ มาเปิด FB เหมือนทุกวัน แล้วก็นั่งดู status ชาวบ้านเค้าไปทั่ว ทั้งที่รู้จักแล้วก็ไม่รู้จัก คิดมาหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า มันมีประโยชน์อะไรกะเรามั่ง ที่วันๆมานั่งดู status ชาวบ้าน แล้วก็กด like หรือไม่ก็ comment จริงๆข้อดีมันดีมีนะ แต่ผมมองว่าข้อเสียมันเยอะกว่า ในโลกที่ใครๆก็สามารถจะแสดงความคิดเห็นอะไรได้มากมายในโลก internet ทำให้ข้อมูลหลายๆอย่างต้องเอามาวิเคราะห์หลายๆขั้นกว่าจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่ว่าจุดนี้ไม่ใช่ประเด็นของเรื่องนี้

ประเด็นคือ จะท้าทายตัวเองด้วยการไม่เล่น FB สักวันก่อนแล้วกัน เริ่มตอนนี้เลย รู้สึกว่าเราจะติดมันเกินไปละ เข้าได้ทุกวันหลังอาหารสามมื้อและก่อนนอน แล้วก็ปรับไปเป็นสามวัน เจ็ดวัน สัปดาห์ แล้วก็เป็นเดือน ถ้าเปรียบ FB เหมือนผู้หญิงคนนึงก็เหมือนกับว่า เราจะเริ่มถอยห่างจากผู้หญิงคนนี้แล้วนะ จะไม่วุ่นวายกับชีวิตเค้าแล้ว ไม่ใช่ว่าเค้าไม่ดี แต่เพราะเราไม่อยากจะคิดหรือไปวุ่นวายอะไรกับชีวิตเค้าแล้ว

ว่าแล้วช่วงนี้ก็ว่าจะ re Cert. CCNA ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย จะไปสอบปลายปีนี้แหละ ต้องทำให้ได้ กำลังใจก็เอาจากตัวเองนี่แหละ ไม่มีให้เขาจะให้เราหรอก สู้ต่อไป วิศวะน้อย ได้แต่คอย ฮ่าๆ

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันแม่....

12 สิงหาคม ของทุกปี จะเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของคนไทยทุกคน นั่นก็คือ วันแม่แห่งชาติ ซึ่งจะเป็นวันที่หลายๆคนจะคิดถึงแม่มากที่สุด รวมถึงตัวผมเอง
ถ้าจะให้เล่าความดีของแม่ ผมว่าเล่าทั้งวันคงไม่หมด เพราะนี่แหละคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่รักเรามากที่สุด ที่คอยดูแลเราตั้งแต่เล็กจนโต

ผมเป็นลูกคนเดียว และแน่นอนแม่จะหวงที่สุด หุๆ ก็อยู่กับแม่ตั้งแต่เล็กจนโต แล้วก็มาตามหาความฝันของตัวเอง เออ..เกือบลืม ยังมีคุณยายอีกคนที่ท่านก็เหมือนกับแม่เราเหมือนกัน คอยอบรมสั่งสอน คอยดูแลตลอดเวลา จริงๆก็ไม่อยากจะเขียนหัวข้อนี้หรอก น้ำตาจะไหลเวลานึกถึงแม่ ฮ่าๆ...

จริงๆก็ไม่อยากจะบอกอะไรกับแม่มากมาย เพราะที่ผ่านมา เราทั้งสองคนแม่ลูกจะเข้าใจกันดีอยู่แล้ว อยากให้เรื่องนี้รู้แค่เราเพียงสองคน ^^ อาจจะเป็นลูกที่เคยทำให้แม่เสียใจมาบ้าง แต่ลูกคนนี้จะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว จากที่เคยถูกแม่ดูแลมาตลอด หลังจากนี้ผมจะกลับไปเลี้ยงดูคุณแม่เอง

พรุ่งนี้ลูกจะกลับบ้านแล้วก็จะไปหาแม่ มีของขวัญให้ด้วยแหละ รอก่อนนะค๊าบ......

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เด็กติดเกมส์

ช่วงเวลาเย็นๆ แล้วเปิดเพลงเย็นๆ หรือเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกดี มันช่างเป็นเวลาที่มีความสุขจริงๆสำหรับผม มันเป็นเวลาที่ความคิดในสมองมีมากมายเหลือเกิน มีเรื่องราวมากมายที่จะเขียนเป็นสมุดบันทึกสักเล่ม แต่.... เวลาเขียนจริงๆ มันกลับไม่รู้จะเขียนอะไรลงไป =="

ช่วงนี้วันหยุดนอกจากจะไปหาเพื่อนๆแล้ว สิ่งที่ทำเป็นประจำก็คือ เล่นเกมส์ ถ้าเกิดคิดเป็นเวลาทั้งหมดที่เล่นเกมส์มานี่คงเสียไปเวลาไปประมาณ 1 ปีได้มั้ง เพราะเท่าที่จำได้ผมเล่นเกมส์ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ เครื่องเกมที่ได้จับเครื่องแรกน่าจะเป็น super famicom จอยสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มกด a b สีแดงและสีดำ จำได้ขนาดนั้น ฮ่าๆ เล่นบ่อยๆก็คง contra,mario,เกมส์ต่อสู้ etc. เป็นคนติดเกมส์มากจนต้องแอบขโมยตังค์แม่ไปเล่น กิจวัตรประจำวันก็จะเหมือนเดิมช่วงวันหยุด ตื่นนอน กินข้าวเช้า เล่นเกมส์ เที่ยงกลับมากินข้าว เล่นเกมส์ แล้วก็กลับมาบ้าน บางครั้งแม่ก็มาเล่าให้ฟังว่า พ่อแม่คนอื่นไม่ให้ลูกเค้ามาเล่นกับเรา เพราะเราติดเกมส์ ซึ่งปกติก็ไม่ได้ชวนใครมาเล่นด้วยอยู่แล้ว สงสัยกลัวลูกเขาเสียคน .

พอโตมาหน่อยก็ถึงยุค play station 1 เล่นตั้งแต่ชั่วโมง 60 บาท ถึง ชั่วโมง 10 บาทปัจจุบัน เฮอๆ สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ ได้เป็นสมาชิกคนแรกของร้านเกมส์ร้านหนึ่ง ไปทุกวันจนเจ้าของร้านจำหน้าได้ สนิทเลยแหละ จริงๆถ้าเกิดเอาเงินที่เช่าเกมส์มาซื้อเครื่องเกมส์เล่นเองก็คงได้เครื่องเล่นที่บ้านแล้ว พอถึงช่วง ม.ปลายก็ซื้อเครื่องเกมมาเล่นเองที่บ้าน เล่นกับหลาน ก็สนุกดี

ปัจจุบันก็มาเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ พ่วงด้วยเล่นแบบออนไลน์ เราก็ยังคงเล่นอยู่ และน่าจะยังคงเล่นมันต่อไป เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตเราแล้ว....

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ยังไม่พ้นขีดอันตราย

อ่านหัวข้อแล้วอย่างเพิ่งตกใจนะครับ มันเป็นแค่ชื่อเพลงของ peacemaker เนื้อหาประมาณว่าผู้ชายคนนึงถูกผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนบอกเลิก หลังจากนั้นน่ะเหรอ ผู้ชายตัดสินใจไปอยู่เวียดนาม เหตุผลน่ะเหรอ ง่ายมากครับ อยากจะหนีไปให้ไกล จากผู้หญิงที่เขาเคยรัก ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยินเรื่องเขา ผมรับรู้อารมณ์นี้เลย เพราะผมก็เคยเป็นอย่างนี้มาเหมือนกัน เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ครั้งแรกก็คือเรียนจบ ป.ตรี แล้วตัดสินใจไปทำงานที่กรุงเทพ เหตุผลคือไม่อยากทำงานใกล้บ้าน ไม่อยากกลับไปเจอคนที่อยู่แถวบ้าน

ครั้งที่สอง เป็นการตัดสินใจที่บ้ามากครั้งนึงในชีวิต เพราะอกหักจากผู้หญิงคนนึงซึ่งเขาเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจอย่างนี้ จากทำงานอยู่กรุงเทพ ผมเลือกที่จะไปให้ไกลกว่าเดิม พอดีเป็นจังหวะที่ถือว่าโชคดีมาก ผมได้ไปทำงานกลางทะเลอ่าวไทย ไกลสมใจมาก ต้องไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่สงขลา ทำอยู่นั่นเป็นเวลา 6 เดือน ไม่ติดต่อใคร เพื่อนไม่รู้ มีแต่แม่ที่รู้ว่าผมไป มันเป็นอะไรที่อาร์ทมากๆ แต่ผมก็ได้ประสบการณ์จากที่นั่นมากมาย ได้เดินทาง ได้เห็นอะไรหลายอย่าง

จนครั้งล่าสุด หรือเปล่า ย้ายมาอยู่โคราช ใกล้บ้านละ เนื่องจากทำใจได้มากขึ้น ทุกอย่างกลับเป็นปกติ พร้อมที่จะยอมรับความเจ็บปวดอีกครั้ง และแล้ว ก็ได้เจอความเจ็บปวดสมใจ ผมชอบคนๆนึง ซึ่งเราก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน เขาก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีคนชอบมากมาย ผมก็เคยบอกกับตัวเองหลายครั้งว่าอย่าเข้าไปลึกจนเกินไป แต่อย่างว่า ความรักมันไม่สามารถจะอธิบายได้ด้วยเหตุผลทั้งหมด ผมถลำเข้าไปลึกจนกลับออกมาไม่ได้ และตอนจบของเรื่องน่ะเหรอ ผมก็แห้วเหมือนเดิมแหละครับ แต่มันแปลกตรงที่ว่า ครั้งนี้ ผมรู้สึกว่า มันเป็นการรวมสุดยอดความผิดหวังในความรักทั้งหมดของผม มันเหมือนระเบิดเวลาที่ถึงเวลาที่ต้องระเบิดออกมาแล้ว มันไม่ไหวแล้ว น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเดิมๆที่สัมผัสได้ เธอไม่ได้คิดกับผมไปมากกว่า "คนรู้จักกัน"

และผมก็ทำเหมือนเดิม เก็บตัวเงียบ และรอ รอเวลาที่ผมจะต้องเดินทางอีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้ บอกตรงๆ ผมยังทำใจกับคนๆนี้ไม่ได้ ผมยังชอบเขาอยู่ แต่ก็ต้องพยายามทำตัวให้ห่างจากเธอ เพราะผมกลัวว่าผมจะห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกครั้ง

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ได้เวลา คิดจริง ทำจริง เลิกเพ้อ เลิกงี่เง่า แล้ว!!!!

วันนี้ วันที่ 5 พ.ค. 2554 จะเป็นอีกวันที่จะบันทึกไว้ว่า ผมจะจริงจังกับตัวเองแล้ว จะรักตัวเองบ้างแล้ว หลังจากที่ทำทุกอย่างเพื่ออีกคน โดยไม่เคยเป็นห่วงตัวเองเลย เบื่อที่จะตาม เบื่อที่จะคิดไปเอง เบื่อที่จะคิดมาก ในเรื่องที่มันงี่เง่า เบื่อที่จะเป็น ควายเผือก!!!!!

ตอนนี้เราต้องสร้างเป้าหมายให้ตัวเองบ้างแล้ว ความอดทนบางครั้งมันก็มีวันสิ้นสุดเหมือนกันนะโว๊ย!!!!!!! คอยดูแล้วกัน จะทำให้ได้ภายในอีกห้าปีนี้

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

คนที่ใช่ มักจะมาในเวลาที่ "ใช่"

คิดว่าหลายๆคนพยายามที่จะค้นหาในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันใช่ โดยเฉพาะการที่จะเจอใคร "สักคน" ที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป (น้ำเน่ามากมาย XP) ผมเคยคุยกับใครบางคนที่ผมเคยคิดว่าเค้าใช่ แต่.... สุดท้ายเราก็จากกัน เสียใจบ้างอะไรบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ล่าสุดผมได้คุยกับคนๆนึง บทสรุปอ่ะเหรอ เหมือนเดิมครับ พระเอกแห้ว... แต่มีคำนึงที่เขาได้บอกกับผมไว้ "ผมมาผิดเวลา!!!" มันเป็นคำพูดที่จี๊ดเข้ามาในสมองทันที แล้วก็กลับมานั่งคิดว่าสิ่งที่เขาบอกกับผมนั้น มันผิดจริงๆเหรอ... และแล้วผมก็ได้คำตอบนั้น คือคนเราถ้าเกิดจะหาคำพูดอะไรสักอย่างเพื่อที่จะไม่ขอให้อีกคนมายุ่งหรือวุ่นวายมากกว่านี้ เขาก็พูดได้หมดแหละครับ และวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้โทรศัพท์หาเค้า

หลายๆคนเชื่อในโชคชะตา บลา บลา เกี่ยวกับความรัก ส่วนผมจะพยายามเชื่อว่า สักวัน..... คนที่เขาใช่ จะเข้ามาในเวลาที่........"ใช่" สำหรับผม

ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ และหลายๆคนที่พยายามช่วยเหลือผมในเรื่องความรัก แต่สุดท้าย........ ผมไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ขอโทษด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

Phoenix Reborn !!!

กลับมาอีกแล้วกับผม นานเท่าไหร่แล้วนี่ไม่ได้อัพบล็อก ทำยังกับมีคนมาติดตามฮ่าๆ

ผมชอบตำนานนกฟีนิกซ์ตรงที่ว่ามันเป็นนกที่สามารถชุบชีวิตคนอื่นได้ (อ่านตำราไหนมาไม่รู้) รวมถึงตัวมันเองด้วย ถ้าเกิดเปรียบกับตัวผม ผมชอบที่จะให้กำลังใจคนอื่น อยากทำให้เขาตื่นจากโลกแห่งความฝัน รวมถึงตัวผมเองด้วย มีหลายครั้งที่ตัวผมเหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีกำลังใจ ไม่มีทางออก แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ ด้วยอะไรหลายๆอย่าง เพื่อน,พ่อแม่,ครอบครัว,บทความดีๆตามอินเตอร์เนต

ล่าสุดน่ะเหรอ? ผมไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว ไร้ซึ่งความคิด ซึ่งปัญหามันเกิดจากการที่ผมคาดหวังกับคนๆหนึ่งมากเกินไป จนมันไม่ใช่ตัวของผมเอง ผมแทบจะบ้าตายเพราะใครก็ไม่รู้ที่เราเพิ่งรู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว เหมือนการที่ผมได้เป็นคนใหม่ ผมคนเดิมได้ตายไปหลายรอบแล้ว ทุกครั้งที่ผมเกิดใหม่จะมีบทเรียนที่ต้องจดจำทุกครั้ง และผมจะจดจำมันไว้ตลอดไป

ช่วงนี้อายุใกล้ 25 แล้ว อีกไม่กี่วัน ตื่นเต้นๆๆ ฮ่าๆ ยังไงผมก็จะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะอะไรไม่รู้ ผมก็อยากรู้เหมือนกันใครเป็นคนที่เริ่มคนแรกว่าอายุ 25 จะเจอเรื่องไม่ดี


มีเรื่องอีกมากมายที่จะเขียน แต่พอได้โอกาสมาเขียนมันก็ไม่รู้จะเริ่มเรื่องไหนดีนี่ แค่นี้ก่อนแล้วกัน... สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

ปีใหม่อีกแล้ว สวัสดี ปี 2554

เมื่อถึงช่วงปีใหม่ หลายๆคนจะนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีความสุข ทุกข์ กับอะไรมาบ้าง และพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆกับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

และช่วงปีใหม่เหมือนเป็นวันที่เราจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ญาติพี่น้องที่บ้าน ซึ่งนานๆทีจะได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน

สำหรับผม ปีใหม่ได้กลับไปเจอเพื่อนๆสมัยมัธยม รู้สึกว่าเวลาทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เพื่อนๆทุกๆคนยังมีนิสัยสมัยเรียนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาวัยเด็ก

ปีใหม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ผมสนุกมาก เพราะได้นับถอยหลังกับเพื่อนที่บ้าน และได้ทำสถิติใหม่ซึ่งไม่ดีนัก คือกินเหล้าข้ามปี หลังจากเคย นอน เล่นเกมส์ นั่งเล่นกับเพื่อนข้ามปีมาแล้ว สงสัยต้องหาอะไรใหม่ๆทำบ้าง เดี๋ยวเอาเป็นกินข้ามปีดีกว่า

สำหรับปีนี้ มันคงเป็นอีกปีที่ผมต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ งานใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อนใหม่ แนวคิดใหม่ๆ

แต่ถึงอย่างไรแล้วปีใหม่นี้ก็อยากเห็นพี่น้องชาวไทยมีความสงบสุขกันทุกๆคน

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เรื่องสมมุติ

หลายครั้งที่มานั่งคิดและคุยกับตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์เราได้สมมุติขึ้นมา ผมคิดว่าหลายๆคนคงเคยคิดอย่างผม อย่างเช่นเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันเพื่อการแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งสมมุติทั้งนั้น

หลายๆคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ผมเข้าใจว่าเป็นสิ่งสมุมติ และแน่นอน รวมถึงตัวผมด้วย แต่ผมขอชื่นชมคนที่เขาคิดขึ้นมานี้ฉลาดนะครับ เพราะทำให้คนอื่นยอมรับได้

รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อต่างๆ แล้วบางอย่างคนก็ทำๆตามกันมาอย่างไม่มีเหตุผล ตรงนี้ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะเดี๋ยวโดนเขาว่าเอา =="

หลังจากเห็นอะไรผ่านมาบ้างในชีวิต ก็ทำให้รู้สึกว่าสิ่งสมมุติเหล่านี้มันก็สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความสุขหรือเพื่อให้มีอะไรแปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาในชีวิตเท่านั้น บางทียิ่งทำก็ยิ่งสิ้นเปลืองเข้าไปอีก สรุปง่ายๆคือว่าตอนนี้ผมมองสิ่งต่างๆที่มนุษย์ได้กำหนดหรือนิยามขึ้นมาว่าเป็นเรื่องสมมติ จบแบบ งง งง

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทฤษฎีต้นทุนชีวิต

พอดีได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด ก็ถามไถ่ทุกข์สุขกันทั่วไป แต่พอดีก็มีการเข้าประเด็นเกี่ยวกับต้นทุนชีวิต ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

เพราะคนเราแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนเกิดมามีทุนทุกด้าน บางคนมีบ้าง ไม่มีบ้าง หรือแทบจะไม่มีเลย ผมก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีต้นทุนชีวิตอยู่ระดับกลาง

บางอย่างมี บางอย่างต้องไขว่ขว้าเอา

พอพูดถึงเรื่องต้นทุนชีวิต มันก็อดคิดโยงกับเรื่องของความสุขไม่ได้ บางคนมีงานทำ มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่กลับไม่มีความสุข แต่กับอีกบางคน ต้นทุนชีวิตแทบไม่มี ต้องตะเกียกตะกายหางานทำ แต่เขากลับมีความสุขกับชีวิตของเขา

แต่บางทีต้นทุนของความสุขก็อาจจะต่างกันด้วยก็ได้ แต่ถึงยังไงก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขในสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนะครับ

บางสิ่งบางอย่างอาจจะมีเหตุผลในตัวของมันเองก็ได้ มันถึงได้เป็นอย่างนี้

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณยาย กับ ลูกอม

หลังจากมีแต่เนื้อหาเรื่องวิชาการมาระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็หามาจาก internet ทั่วไปน่ะแหละครับ
search ไม่นานก็ได้แล้ว ก็เลยคิดจะนำเสนอเนื้อหาแนวอื่นๆบ้าง

เข้าเรื่องดีกว่า บังเอิญไปเทรน basic network แถวๆลาดพร้าว เทรนเสร็จประมาณบ่าง 4 โมง
เราก็มารอรถตู้เพื่อจะกลับบ้านไปรอเตรียมดูบอลโลกระหว่าง เยอรมัน - อุรุกวัย ระหว่างที่เดินไปรอรถ ก็ได้เจอกับ
คุณยายท่านหนึ่งนั่งขายลูกอมอยู่ระหว่างทาง อายุแกก็มากเหมือนกัน แต่เท่าที่ดูคุณยายแกคงไม่เหลือใครที่จะมาดูแล
ท่านเลยต้องมานั่งขายลูกอมเพื่อที่จะนำเงินที่ได้มาปะทังชีวิตในวันต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็นผมต้องยอมรับว่า
ครั้งแรกผมเดินผ่านครับ เพราะส่วนใหญ่ผมจะประมาณว่าอารมณ์สงสาร แต่ไม่เข้าไปช่วยสนับสนุน แต่หลังจากวินาทีนั้นมันเหมือนมีอะไรมาฉุดความคิดผม
ให้ต้องเดินกลับไปช่วยอุดหนุนคุณยายแกหน่อย ก็เลยเข้าไปซื้อลูกอมมาสองห่อ ห่อหนึ่งมีลูกอม 6 เม็ด ราคา 10 บาท ซึ่งผมมองว่า เงินจำนวน 20 บาท
ที่ผมจ่ายไป มันไม่ลำบากสำหรับผมมากนั้น และจำนวนเงิน 20 บาทนั้นมันคงมีค่าสำหรับคุณยายมาก

หลังจากที่ได้ช่วยอุดหนุนคุณยาย มันทำให้ผมมีความสุขเหมือนเราได้ช่วยเหลือสังคม ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งเล็กๆ
สำหรับเรา แล้วสิ่งที่คุณยายทำนั้นมันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป เพราะคุณยายท่านพยายามหาทางเลี้ยงชีพด้วยตนเอง
ถึงแม้จะไม่มีใคร แต่ท่านยังสู้ ความลำบากของผมมันเป็นเพียงเศษเล็กๆของท่านเท่านั้นเอง

บางทีสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้ มันก็ให้แง่คิดที่มากมายมหาศาลสำหรับผมเหมือนกัน.... ^^

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

route map บน cisco

หลายเดือนแล้วไม่ได้อัพ space เลย วันนี้ก็จะมีเรื่องของ route map มาเล่าให้ฟัง

ที่ผมเข้าใจตอนนี้ก็คือว่า route map เป็นคำสั่งที่กำหนดว่าจะให้ IP หรือ Protocol หรือ Port ไหน
วิ่งไปทางใด เหมาะกับกรณีมีอย่างน้อย 2 link ที่ต่อด้วยกัน


งงอ่ะดิ *0*

วิธีทำเลยแ้่ล้วกัน

ขั้นแรก ทำ ACL

access-list 110 permit ip 192.168.10.0 0.0.0.255 any


จากนั้นก็มาทำ route map policy



route-map test permit 10
match ip address 110
set ip next-hop 192.168.20.1

บรรทัดแรกเป็นการสร้างชื่อของ route-map มาก่อนในที่นี้ตั้งชื่อว่า test
บรรทัดที่สองเป็นการบอกว่าจะให้ match กับ address 110 ซึ่งก็คือ acl 110 นั่นเอง
บรรทัดสุดท้ายเป็นการบอกว่าถ้า match แล้วจะให้ส่งไปที่ไหน


ทีนี้เราก็เอามาใช้งานจริง เวลาทำก็จะให้เอามาใส่ที่ interface


interface FastEthernet0/0
ip address 192.168.18.1 255.255.255.0
ip route-cache policy
ip policy route-map test


ตรงนี้สำคัญเพราะเป็นการเอามาใช้แล้ว ใ้ห้ดูที่สองบรรทัดสุดท้ายนะ



จากนั้นก็มาเชคกันว่า มันใช้ได้จริงป่าวโดยใช้คำสั่งดังนี้


#sh route-map
route-map test, permit, sequence 10
Match clauses:
ip address (access-lists): 110
Set clauses:
ip next-hop 192.168.20.1
Policy routing matches: 11052440 packets, 2052233442 bytes



#sh ip cache policy
Total adds 35, total deletes 2320

Type Routemap/sequence Age Interface Next Hop
NH test/10 3d05h Serial0/1 192.168.20.1


แค่นี้ก็จบแล้วครับ ลองเอาไปใช้ดูนะ เฮอๆ

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

E1 กับ T1

บังเอิญมีเพื่อนมาถามว่า ไอ้ T1 มันคืออะไร เราก็เคยอ่านผ่านๆมา จำไม่่ค่อยได้ ก็เลยไปศึกษาหาข้อมูลมาได้อย่างนี้

E1 ตามมาตรฐาน Euro (ถ้าเป็นญี่ปุ่น หรืออเมริกา จะเป็น T1) สามารถส่งสัญญาณด้วย bandwidth 2.048Mbps ดังนั้นจะมีคนเรียกว่าสาย 2 เมก โดยสายสัญญาณชนิดนี้เรียกตามลักษณะการเชื่อมต่อว่า PRI (Primary Rate Interface) ส่วนทางกายภาพก็สามารถเป็นได้ทั้ง Fiber Optic สำหรับ Media ระหว่างทาง หรือเป็นสายทองแดง สำหรับปลายทาง หัวของสายก็เป็นได้ทั้ง RJ45 เหมือนสาย LAN หรือ เป็นสายที่ปิดด้วยหัว BNC 2 เส้น ในสายสัญญาณ 1 เส้นสามารถส่งข้อมูลเสียงได้พร้อมกัน 30 ช่องสัญญาณ จึงสามารถใช้เป็นสายโทรศัพท์คุยพร้อมกันได้ 30 คู่สาย

จบ....ล่ะ....*0*

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Telnet ใน Window vista

บังเอิญว่าลองเล่น window vista แล้วลองใช้ command dos ทำการ telnet ไปที่เร้าเตอร์ แล้วมันขึ้นข้อความว่า 'telnet' is not recognized as an internal or external command,operable program or batch file.

แปลประมาณว่ามันยังไม่ได้เปิดให้ใช้งาน โห....vista นี่มันยุ่งยากจริงๆ ก็เลยไปหาวิธีเปิดให้ใช้งาน

วิธีแก้ให้เข้าไปที่ Control Panel > Programs and Features แล้วคลิก Turn windows features on or off
ที่เมนูด้านซ้าย จากนั้นจะมีให้เลืิอก Telnet Client และ Telnet Server จากนั้นเลือกแค่ Telnet Client ก็พอ เสร็จแล้วกด OK

หลังจากนั้นก็ลอง Telnet ดู ใช้งานได้แล้ว....

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

scbeasy

อันนี้ไม่เเกี่ยวกับ network หรอก แต่บังเอิญผมมีบัญชีของ scb แล้วแบบว่าใช้งานผ่านเวบมันสะดวกดี
วันนี้จะมาเล่าเรื่องปัญหาใน easy fund พอ login เข้าไปในเวบ ตอนแรกๆเลยผมจะมีปัญหาเข้าไปแล้วหลุด
ก็เลยคิดว่าเป็นกับ browser หรือป่าว FF,chrome ก็ใช้ไม่ได้ ต้อง IE เท่านั้น ระบบเขาเยี่ยมจริงๆ(=='')
รู้สึกว่าเป็นเพราะ SCB Easy Fund จะเรียก ActiveX ซึ่งวิธีแก้ปัญหาก็ทำได้โดย ใช้ IE 7 กับ 8
แล้วก็ถ้าลงโปรแกรม flashget ก็ให้เอาออกซะมันจะมีปัญหาเกี่ยวกับ cash นะจ๊ะ

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

service port protocol

หลายๆครั้งที่เวลาอยากจะดูว่า service ตัวนี้มันใช้พอร์ตอะไร tcp หรือ udp เราก็จะจำได้บางตัว บางตัวก็หลงๆลืมๆ ก็เลยเอามาให้ดูกันลืมเริ่มกันเลย

Service Port Protocol
echo 7 tcp
echo 7 udp
discard 9 tcp
discard 9 udp
systat 11 tcp
systat 11 tcp
daytime 13 tcp
daytime 13 udp
netstat 15 tcp
qotd 17 tcp
qotd 17 udp
chargen 19 tcp
chargen 19 udp
ftp-data 20 tcp
ftp 21 tcp
telnet 23 tcp
smtp 25 tcp
time 37 tcp
time 37 udp
rlp 39 udp
name 42 tcp
name 42 udp
whois 43 tcp
domain 53 tcp
domain 53 udp
nameserver 53 tcp
nameserver 53 udp
mtp 57 tcp
bootp 67 udp
tftp 69 udp
gopher 70 tcp
rje 77 tcp
finger 79 tcp
http 80 tcp
link 87 tcp
supdup 95 tcp
hostnames 101 tcp
iso-tsap 102 tcp
dictionary 103 tcp
x400 103 tcp
x400-snd 104 tcp
csnet-ns 105 tcp
pop 109 tcp
pop2 109 tcp
pop3 110 tcp
portmap 111 tcp
portmap 111 udp
sunrpc 111 tcp
sunrpc 111 udp
auth 113 tcp
sftp 115 tcp
path 117 tcp
uucp-path 117 tcp
nntp 119 tcp
ntp 123 udp
nbname 137 udp
nbdatagram 138 udp
nbsession 139 tcp
NeWS 144 tcp
sgmp 153 udp
tcprepo 158 tcp
snmp 161 udp
snmp-trap 162 udp
print-srv 170 tcp
vmnet 175 tcp
load 315 udp
vmnet0 400 tcp
sytek 500 udp
biff 512 udp
exec 512 tcp
login 513 tcp
who 513 udp
shell 514 tcp
syslog 514 udp
printer 515 tcp
talk 517 udp
ntalk 518 udp
efs 520 tcp
route 520 udp
timed 525 udp
tempo 526 tcp
courier 530 tcp
conference 531 tcp
rvd-control 531 tcp
netnews 532 tcp
netwall 533 udp
uucp 540 tcp
klogin 543 tcp
kshell 544 tcp
new-rwho 550 udp
remotefs 556 tcp
rmonitor 560 udp
monitor 561 udp
garcon 600 tcp
maitrd 601 tcp
busboy 602 tcp
acctmaster 700 udp
acctslave 701 udp
acct 702 udp
acctlogin 703 udp
acctprinter 704 udp
elcsd 704 udp
acctinfo 705 udp
acctslave2 706 udp
acctdisk 707 udp
kerberos 750 tcp
kerberos 750 udp
kerberos_master 751 tcp
kerberos_master 751 udp
passwd_server 752 udp
userreg_server 753 udp
krb_prop 754 tcp
erlogin 888 tcp
kpop 1109 tcp
phone 1167 udp
ingreslock 1524 tcp
maze 1666 udp
nfs 2049 udp
knetd 2053 tcp
eklogin 2105 tcp
rmt 5555 tcp
mtb 5556 tcp
man 9535 tcp
w 9536 tcp
mantst 9537 tcp
bnews 10000 tcp
rscs0 10000 udp
queue 10001 tcp
rscs1 10001 udp
poker 10002 tcp
rscs2 10002 udp
gateway 10003 tcp
rscs3 10003 udp
remp 10004 tcp
rscs4 10004 udp
rscs5 10005 udp
rscs6 10006 udp
rscs7 10007 udp
rscs8 10008 udp
rscs9 10009 udp
rscsa 10010 udp
rscsb 10011 udp
qmaster 10012 tcp
qmaster 10012 udp
irc 6667 tcp


เพิ่มเติมที่หายไปนิดนึง

ssl 443 tcp
ssh 22 tcp

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552

PPPoE กับ PPPoA ต่างกันยังไง

เวลาจะคนใ้ช้เนตตามบ้านทั่วไปมันจะมีเร้าเตอร์ใ่ช่ไหม? ทีนี้ในเร้าเตอร์ ADSL อ่ะจะต้องเซตค่าสำคัญๆก็จะมี
user,password ที่ใช้ในการติดต่ออินเตอร์เนต แล้วก็ ค่า vpi,vci,รวมถึง pppoe,pppoa ด้วย ขึ้นอยู่กับ ผู้ให้บริการ
ทีนี้ก็เลยสงสัยว่าไอ้ PPPoE กับ PPPoA ต่างกันยังไง มาดูกัน



PPPoE กะ PPPoA ต่างกันงี้นะคับ

PPP น่ะ เอาง่ายๆเลยก็คือ มันเป็น protocol ที่ใช้ติดต่อกันในระดับ layer 2 ( ในระดับของ frame) นะครับ
(ยังไม่ถึงในระดับ ip layer3) ส่วน PPPoE น่ะ เป็นการทำ encapsulation ห่อหุ้ม frame โดยใช้โปรโตคอล
PPP (point to point protocol) วิ่งผ่านไปใน ระบบ Ethernet ซึ่งมีมาตราฐานของ frame คนละแบบนะครับ
การที่เราต้องใช้ PPPoE นั่นก็เนื่องจากว่า core network ของ network service provider เขาใช้เป็น Ethernet
technology อยู่คับ เราจึงต้องเซ็ตให้โปรโคคอล PPP วิ่งผ่านไปบน Ethernet network ได้ (อย่างพวก Gigabit
Ethernet ring , Metronet น่ะคับ ) ส่วน PPPoA นั้น เป็นการห่อหุ้ม encapsulation frame แล้ว
convert ให้วิ่งไปในรูปแบบของ cell ผ่านไปบนเครือข่าย ATM network อ่ะคับ การที่เราเซ็ตเป็น PPPoA ก็เนื่องจาก
core network ของ network service provider ที่ให้บริการอยู่ใช้ ATM เป็น transmission ในการสื่อสารข้อมูล
เราจึงจำเป็นต้องให้ PPP frame เนี่ยวิ่งไปบน ATM cell ได้อ่ะคับ เลยต้องใช้ PPPoA

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552

config default interface

เวลาที่เร้าเตอร์มีการเซตค่าไว้แล้วแต่เราขี้เกียจไปลบค่า่ต่างๆใน interface นั้นๆ โดยใช้คำสั่ง no
มันหลายบรรทัดขี้เกียจพิมพ์

ดูตัวอย่างกันเลย

Router#sh run int s0/0
Building configuration...

Current configuration : 178 bytes
!
interface Serial0/0
description "TEST">>>>>>>>>>>>>
ip address 2.2.2.2 255.255.255.252 secondary
ip address 1.1.1.1 255.255.255.0
load-interval 30
clock rate 2000000
end


ข้างบนเป็นคำสั่งที่ดู config ใน s0/0 ว่ามีค่าอะไรไว้มั่ง ทีนี้เราต้องลบมันออกโดยใช้คำสั่ง

conf t
int s0/0
no description "TEST">>>>>>>>>>>>>
no ip address 2.2.2.2 255.255.255.252 secondary
no ip address 1.1.1.1 255.255.255.0
no load-interval 30
no clock rate 2000000


จากนั้นก็มาดูผลงานอีกที

Router#sh run int s0/0
Building configuration...

Current configuration : 42 bytes
!
interface Serial0/0
no ip address
end



ทีนี้มันมีัคำสั่งที่ทำให้เป็นค่า default ให้เลย เหมือนกับค่าที่ config มาตอนแรกโดยใช้คำสั่ง

default interface


มาดูตัวอย่างกัน
อันนี้โชวร์เริ่มแรก

Router#sh run int s0/0
Building configuration...

Current configuration : 178 bytes
!
interface Serial0/0
description "TEST">>>>>>>>>>>>>
ip address 2.2.2.2 255.255.255.252 secondary
ip address 1.1.1.1 255.255.255.0
load-interval 30
clock rate 2000000
end


ข้างล่างเป็นคำสั่ง

Router(config)#default interface serial 0/0
Building configuration...

Interface Serial0/0 set to default configuration



จากนั้นมาดูผลการใช้คำสั่งกัน


Router#sh run int s0/0
Building configuration...

Current configuration : 42 bytes
!
interface Serial0/0
no ip address
end


จบจ่ะ