คิดว่าหลายๆคนพยายามที่จะค้นหาในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันใช่ โดยเฉพาะการที่จะเจอใคร "สักคน" ที่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป (น้ำเน่ามากมาย XP) ผมเคยคุยกับใครบางคนที่ผมเคยคิดว่าเค้าใช่ แต่.... สุดท้ายเราก็จากกัน เสียใจบ้างอะไรบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
ล่าสุดผมได้คุยกับคนๆนึง บทสรุปอ่ะเหรอ เหมือนเดิมครับ พระเอกแห้ว... แต่มีคำนึงที่เขาได้บอกกับผมไว้ "ผมมาผิดเวลา!!!" มันเป็นคำพูดที่จี๊ดเข้ามาในสมองทันที แล้วก็กลับมานั่งคิดว่าสิ่งที่เขาบอกกับผมนั้น มันผิดจริงๆเหรอ... และแล้วผมก็ได้คำตอบนั้น คือคนเราถ้าเกิดจะหาคำพูดอะไรสักอย่างเพื่อที่จะไม่ขอให้อีกคนมายุ่งหรือวุ่นวายมากกว่านี้ เขาก็พูดได้หมดแหละครับ และวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้โทรศัพท์หาเค้า
หลายๆคนเชื่อในโชคชะตา บลา บลา เกี่ยวกับความรัก ส่วนผมจะพยายามเชื่อว่า สักวัน..... คนที่เขาใช่ จะเข้ามาในเวลาที่........"ใช่" สำหรับผม
ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ และหลายๆคนที่พยายามช่วยเหลือผมในเรื่องความรัก แต่สุดท้าย........ ผมไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ขอโทษด้วยครับ
วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554
Phoenix Reborn !!!
กลับมาอีกแล้วกับผม นานเท่าไหร่แล้วนี่ไม่ได้อัพบล็อก ทำยังกับมีคนมาติดตามฮ่าๆ
ผมชอบตำนานนกฟีนิกซ์ตรงที่ว่ามันเป็นนกที่สามารถชุบชีวิตคนอื่นได้ (อ่านตำราไหนมาไม่รู้) รวมถึงตัวมันเองด้วย ถ้าเกิดเปรียบกับตัวผม ผมชอบที่จะให้กำลังใจคนอื่น อยากทำให้เขาตื่นจากโลกแห่งความฝัน รวมถึงตัวผมเองด้วย มีหลายครั้งที่ตัวผมเหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีกำลังใจ ไม่มีทางออก แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ ด้วยอะไรหลายๆอย่าง เพื่อน,พ่อแม่,ครอบครัว,บทความดีๆตามอินเตอร์เนต
ล่าสุดน่ะเหรอ? ผมไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว ไร้ซึ่งความคิด ซึ่งปัญหามันเกิดจากการที่ผมคาดหวังกับคนๆหนึ่งมากเกินไป จนมันไม่ใช่ตัวของผมเอง ผมแทบจะบ้าตายเพราะใครก็ไม่รู้ที่เราเพิ่งรู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว เหมือนการที่ผมได้เป็นคนใหม่ ผมคนเดิมได้ตายไปหลายรอบแล้ว ทุกครั้งที่ผมเกิดใหม่จะมีบทเรียนที่ต้องจดจำทุกครั้ง และผมจะจดจำมันไว้ตลอดไป
ช่วงนี้อายุใกล้ 25 แล้ว อีกไม่กี่วัน ตื่นเต้นๆๆ ฮ่าๆ ยังไงผมก็จะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะอะไรไม่รู้ ผมก็อยากรู้เหมือนกันใครเป็นคนที่เริ่มคนแรกว่าอายุ 25 จะเจอเรื่องไม่ดี
มีเรื่องอีกมากมายที่จะเขียน แต่พอได้โอกาสมาเขียนมันก็ไม่รู้จะเริ่มเรื่องไหนดีนี่ แค่นี้ก่อนแล้วกัน... สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย
ผมชอบตำนานนกฟีนิกซ์ตรงที่ว่ามันเป็นนกที่สามารถชุบชีวิตคนอื่นได้ (อ่านตำราไหนมาไม่รู้) รวมถึงตัวมันเองด้วย ถ้าเกิดเปรียบกับตัวผม ผมชอบที่จะให้กำลังใจคนอื่น อยากทำให้เขาตื่นจากโลกแห่งความฝัน รวมถึงตัวผมเองด้วย มีหลายครั้งที่ตัวผมเหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีกำลังใจ ไม่มีทางออก แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ ด้วยอะไรหลายๆอย่าง เพื่อน,พ่อแม่,ครอบครัว,บทความดีๆตามอินเตอร์เนต
ล่าสุดน่ะเหรอ? ผมไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว ไร้ซึ่งความคิด ซึ่งปัญหามันเกิดจากการที่ผมคาดหวังกับคนๆหนึ่งมากเกินไป จนมันไม่ใช่ตัวของผมเอง ผมแทบจะบ้าตายเพราะใครก็ไม่รู้ที่เราเพิ่งรู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่วัน ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว เหมือนการที่ผมได้เป็นคนใหม่ ผมคนเดิมได้ตายไปหลายรอบแล้ว ทุกครั้งที่ผมเกิดใหม่จะมีบทเรียนที่ต้องจดจำทุกครั้ง และผมจะจดจำมันไว้ตลอดไป
ช่วงนี้อายุใกล้ 25 แล้ว อีกไม่กี่วัน ตื่นเต้นๆๆ ฮ่าๆ ยังไงผมก็จะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะอะไรไม่รู้ ผมก็อยากรู้เหมือนกันใครเป็นคนที่เริ่มคนแรกว่าอายุ 25 จะเจอเรื่องไม่ดี
มีเรื่องอีกมากมายที่จะเขียน แต่พอได้โอกาสมาเขียนมันก็ไม่รู้จะเริ่มเรื่องไหนดีนี่ แค่นี้ก่อนแล้วกัน... สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554
ปีใหม่อีกแล้ว สวัสดี ปี 2554
เมื่อถึงช่วงปีใหม่ หลายๆคนจะนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีความสุข ทุกข์ กับอะไรมาบ้าง และพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆกับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
และช่วงปีใหม่เหมือนเป็นวันที่เราจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ญาติพี่น้องที่บ้าน ซึ่งนานๆทีจะได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน
สำหรับผม ปีใหม่ได้กลับไปเจอเพื่อนๆสมัยมัธยม รู้สึกว่าเวลาทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เพื่อนๆทุกๆคนยังมีนิสัยสมัยเรียนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาวัยเด็ก
ปีใหม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ผมสนุกมาก เพราะได้นับถอยหลังกับเพื่อนที่บ้าน และได้ทำสถิติใหม่ซึ่งไม่ดีนัก คือกินเหล้าข้ามปี หลังจากเคย นอน เล่นเกมส์ นั่งเล่นกับเพื่อนข้ามปีมาแล้ว สงสัยต้องหาอะไรใหม่ๆทำบ้าง เดี๋ยวเอาเป็นกินข้ามปีดีกว่า
สำหรับปีนี้ มันคงเป็นอีกปีที่ผมต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ งานใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อนใหม่ แนวคิดใหม่ๆ
แต่ถึงอย่างไรแล้วปีใหม่นี้ก็อยากเห็นพี่น้องชาวไทยมีความสงบสุขกันทุกๆคน
และช่วงปีใหม่เหมือนเป็นวันที่เราจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ญาติพี่น้องที่บ้าน ซึ่งนานๆทีจะได้พร้อมหน้าพร้อมตากัน
สำหรับผม ปีใหม่ได้กลับไปเจอเพื่อนๆสมัยมัธยม รู้สึกว่าเวลาทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เพื่อนๆทุกๆคนยังมีนิสัยสมัยเรียนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาวัยเด็ก
ปีใหม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่ผมสนุกมาก เพราะได้นับถอยหลังกับเพื่อนที่บ้าน และได้ทำสถิติใหม่ซึ่งไม่ดีนัก คือกินเหล้าข้ามปี หลังจากเคย นอน เล่นเกมส์ นั่งเล่นกับเพื่อนข้ามปีมาแล้ว สงสัยต้องหาอะไรใหม่ๆทำบ้าง เดี๋ยวเอาเป็นกินข้ามปีดีกว่า
สำหรับปีนี้ มันคงเป็นอีกปีที่ผมต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ งานใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อนใหม่ แนวคิดใหม่ๆ
แต่ถึงอย่างไรแล้วปีใหม่นี้ก็อยากเห็นพี่น้องชาวไทยมีความสงบสุขกันทุกๆคน
วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เรื่องสมมุติ
หลายครั้งที่มานั่งคิดและคุยกับตัวเองเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์เราได้สมมุติขึ้นมา ผมคิดว่าหลายๆคนคงเคยคิดอย่างผม อย่างเช่นเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันเพื่อการแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งสมมุติทั้งนั้น
หลายๆคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ผมเข้าใจว่าเป็นสิ่งสมุมติ และแน่นอน รวมถึงตัวผมด้วย แต่ผมขอชื่นชมคนที่เขาคิดขึ้นมานี้ฉลาดนะครับ เพราะทำให้คนอื่นยอมรับได้
รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อต่างๆ แล้วบางอย่างคนก็ทำๆตามกันมาอย่างไม่มีเหตุผล ตรงนี้ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะเดี๋ยวโดนเขาว่าเอา =="
หลังจากเห็นอะไรผ่านมาบ้างในชีวิต ก็ทำให้รู้สึกว่าสิ่งสมมุติเหล่านี้มันก็สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความสุขหรือเพื่อให้มีอะไรแปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาในชีวิตเท่านั้น บางทียิ่งทำก็ยิ่งสิ้นเปลืองเข้าไปอีก สรุปง่ายๆคือว่าตอนนี้ผมมองสิ่งต่างๆที่มนุษย์ได้กำหนดหรือนิยามขึ้นมาว่าเป็นเรื่องสมมติ จบแบบ งง งง
หลายๆคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ผมเข้าใจว่าเป็นสิ่งสมุมติ และแน่นอน รวมถึงตัวผมด้วย แต่ผมขอชื่นชมคนที่เขาคิดขึ้นมานี้ฉลาดนะครับ เพราะทำให้คนอื่นยอมรับได้
รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อต่างๆ แล้วบางอย่างคนก็ทำๆตามกันมาอย่างไม่มีเหตุผล ตรงนี้ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะเดี๋ยวโดนเขาว่าเอา =="
หลังจากเห็นอะไรผ่านมาบ้างในชีวิต ก็ทำให้รู้สึกว่าสิ่งสมมุติเหล่านี้มันก็สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความสุขหรือเพื่อให้มีอะไรแปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาในชีวิตเท่านั้น บางทียิ่งทำก็ยิ่งสิ้นเปลืองเข้าไปอีก สรุปง่ายๆคือว่าตอนนี้ผมมองสิ่งต่างๆที่มนุษย์ได้กำหนดหรือนิยามขึ้นมาว่าเป็นเรื่องสมมติ จบแบบ งง งง
วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ทฤษฎีต้นทุนชีวิต
พอดีได้มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด ก็ถามไถ่ทุกข์สุขกันทั่วไป แต่พอดีก็มีการเข้าประเด็นเกี่ยวกับต้นทุนชีวิต ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
เพราะคนเราแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนเกิดมามีทุนทุกด้าน บางคนมีบ้าง ไม่มีบ้าง หรือแทบจะไม่มีเลย ผมก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีต้นทุนชีวิตอยู่ระดับกลาง
บางอย่างมี บางอย่างต้องไขว่ขว้าเอา
พอพูดถึงเรื่องต้นทุนชีวิต มันก็อดคิดโยงกับเรื่องของความสุขไม่ได้ บางคนมีงานทำ มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่กลับไม่มีความสุข แต่กับอีกบางคน ต้นทุนชีวิตแทบไม่มี ต้องตะเกียกตะกายหางานทำ แต่เขากลับมีความสุขกับชีวิตของเขา
แต่บางทีต้นทุนของความสุขก็อาจจะต่างกันด้วยก็ได้ แต่ถึงยังไงก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขในสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนะครับ
บางสิ่งบางอย่างอาจจะมีเหตุผลในตัวของมันเองก็ได้ มันถึงได้เป็นอย่างนี้
เพราะคนเราแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนเกิดมามีทุนทุกด้าน บางคนมีบ้าง ไม่มีบ้าง หรือแทบจะไม่มีเลย ผมก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีต้นทุนชีวิตอยู่ระดับกลาง
บางอย่างมี บางอย่างต้องไขว่ขว้าเอา
พอพูดถึงเรื่องต้นทุนชีวิต มันก็อดคิดโยงกับเรื่องของความสุขไม่ได้ บางคนมีงานทำ มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่กลับไม่มีความสุข แต่กับอีกบางคน ต้นทุนชีวิตแทบไม่มี ต้องตะเกียกตะกายหางานทำ แต่เขากลับมีความสุขกับชีวิตของเขา
แต่บางทีต้นทุนของความสุขก็อาจจะต่างกันด้วยก็ได้ แต่ถึงยังไงก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขในสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนะครับ
บางสิ่งบางอย่างอาจจะมีเหตุผลในตัวของมันเองก็ได้ มันถึงได้เป็นอย่างนี้
วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
คุณยาย กับ ลูกอม
หลังจากมีแต่เนื้อหาเรื่องวิชาการมาระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็หามาจาก internet ทั่วไปน่ะแหละครับ
search ไม่นานก็ได้แล้ว ก็เลยคิดจะนำเสนอเนื้อหาแนวอื่นๆบ้าง
เข้าเรื่องดีกว่า บังเอิญไปเทรน basic network แถวๆลาดพร้าว เทรนเสร็จประมาณบ่าง 4 โมง
เราก็มารอรถตู้เพื่อจะกลับบ้านไปรอเตรียมดูบอลโลกระหว่าง เยอรมัน - อุรุกวัย ระหว่างที่เดินไปรอรถ ก็ได้เจอกับ
คุณยายท่านหนึ่งนั่งขายลูกอมอยู่ระหว่างทาง อายุแกก็มากเหมือนกัน แต่เท่าที่ดูคุณยายแกคงไม่เหลือใครที่จะมาดูแล
ท่านเลยต้องมานั่งขายลูกอมเพื่อที่จะนำเงินที่ได้มาปะทังชีวิตในวันต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็นผมต้องยอมรับว่า
ครั้งแรกผมเดินผ่านครับ เพราะส่วนใหญ่ผมจะประมาณว่าอารมณ์สงสาร แต่ไม่เข้าไปช่วยสนับสนุน แต่หลังจากวินาทีนั้นมันเหมือนมีอะไรมาฉุดความคิดผม
ให้ต้องเดินกลับไปช่วยอุดหนุนคุณยายแกหน่อย ก็เลยเข้าไปซื้อลูกอมมาสองห่อ ห่อหนึ่งมีลูกอม 6 เม็ด ราคา 10 บาท ซึ่งผมมองว่า เงินจำนวน 20 บาท
ที่ผมจ่ายไป มันไม่ลำบากสำหรับผมมากนั้น และจำนวนเงิน 20 บาทนั้นมันคงมีค่าสำหรับคุณยายมาก
หลังจากที่ได้ช่วยอุดหนุนคุณยาย มันทำให้ผมมีความสุขเหมือนเราได้ช่วยเหลือสังคม ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งเล็กๆ
สำหรับเรา แล้วสิ่งที่คุณยายทำนั้นมันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป เพราะคุณยายท่านพยายามหาทางเลี้ยงชีพด้วยตนเอง
ถึงแม้จะไม่มีใคร แต่ท่านยังสู้ ความลำบากของผมมันเป็นเพียงเศษเล็กๆของท่านเท่านั้นเอง
บางทีสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้ มันก็ให้แง่คิดที่มากมายมหาศาลสำหรับผมเหมือนกัน.... ^^
search ไม่นานก็ได้แล้ว ก็เลยคิดจะนำเสนอเนื้อหาแนวอื่นๆบ้าง
เข้าเรื่องดีกว่า บังเอิญไปเทรน basic network แถวๆลาดพร้าว เทรนเสร็จประมาณบ่าง 4 โมง
เราก็มารอรถตู้เพื่อจะกลับบ้านไปรอเตรียมดูบอลโลกระหว่าง เยอรมัน - อุรุกวัย ระหว่างที่เดินไปรอรถ ก็ได้เจอกับ
คุณยายท่านหนึ่งนั่งขายลูกอมอยู่ระหว่างทาง อายุแกก็มากเหมือนกัน แต่เท่าที่ดูคุณยายแกคงไม่เหลือใครที่จะมาดูแล
ท่านเลยต้องมานั่งขายลูกอมเพื่อที่จะนำเงินที่ได้มาปะทังชีวิตในวันต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็นผมต้องยอมรับว่า
ครั้งแรกผมเดินผ่านครับ เพราะส่วนใหญ่ผมจะประมาณว่าอารมณ์สงสาร แต่ไม่เข้าไปช่วยสนับสนุน แต่หลังจากวินาทีนั้นมันเหมือนมีอะไรมาฉุดความคิดผม
ให้ต้องเดินกลับไปช่วยอุดหนุนคุณยายแกหน่อย ก็เลยเข้าไปซื้อลูกอมมาสองห่อ ห่อหนึ่งมีลูกอม 6 เม็ด ราคา 10 บาท ซึ่งผมมองว่า เงินจำนวน 20 บาท
ที่ผมจ่ายไป มันไม่ลำบากสำหรับผมมากนั้น และจำนวนเงิน 20 บาทนั้นมันคงมีค่าสำหรับคุณยายมาก
หลังจากที่ได้ช่วยอุดหนุนคุณยาย มันทำให้ผมมีความสุขเหมือนเราได้ช่วยเหลือสังคม ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งเล็กๆ
สำหรับเรา แล้วสิ่งที่คุณยายทำนั้นมันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป เพราะคุณยายท่านพยายามหาทางเลี้ยงชีพด้วยตนเอง
ถึงแม้จะไม่มีใคร แต่ท่านยังสู้ ความลำบากของผมมันเป็นเพียงเศษเล็กๆของท่านเท่านั้นเอง
บางทีสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้ มันก็ให้แง่คิดที่มากมายมหาศาลสำหรับผมเหมือนกัน.... ^^
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
route map บน cisco
หลายเดือนแล้วไม่ได้อัพ space เลย วันนี้ก็จะมีเรื่องของ route map มาเล่าให้ฟัง
ที่ผมเข้าใจตอนนี้ก็คือว่า route map เป็นคำสั่งที่กำหนดว่าจะให้ IP หรือ Protocol หรือ Port ไหน
วิ่งไปทางใด เหมาะกับกรณีมีอย่างน้อย 2 link ที่ต่อด้วยกัน
งงอ่ะดิ *0*
วิธีทำเลยแ้่ล้วกัน
ขั้นแรก ทำ ACL
access-list 110 permit ip 192.168.10.0 0.0.0.255 any
จากนั้นก็มาทำ route map policy
route-map test permit 10
match ip address 110
set ip next-hop 192.168.20.1
บรรทัดแรกเป็นการสร้างชื่อของ route-map มาก่อนในที่นี้ตั้งชื่อว่า test
บรรทัดที่สองเป็นการบอกว่าจะให้ match กับ address 110 ซึ่งก็คือ acl 110 นั่นเอง
บรรทัดสุดท้ายเป็นการบอกว่าถ้า match แล้วจะให้ส่งไปที่ไหน
ทีนี้เราก็เอามาใช้งานจริง เวลาทำก็จะให้เอามาใส่ที่ interface
interface FastEthernet0/0
ip address 192.168.18.1 255.255.255.0
ip route-cache policy
ip policy route-map test
ตรงนี้สำคัญเพราะเป็นการเอามาใช้แล้ว ใ้ห้ดูที่สองบรรทัดสุดท้ายนะ
จากนั้นก็มาเชคกันว่า มันใช้ได้จริงป่าวโดยใช้คำสั่งดังนี้
#sh route-map
route-map test, permit, sequence 10
Match clauses:
ip address (access-lists): 110
Set clauses:
ip next-hop 192.168.20.1
Policy routing matches: 11052440 packets, 2052233442 bytes
#sh ip cache policy
Total adds 35, total deletes 2320
Type Routemap/sequence Age Interface Next Hop
NH test/10 3d05h Serial0/1 192.168.20.1
แค่นี้ก็จบแล้วครับ ลองเอาไปใช้ดูนะ เฮอๆ
ที่ผมเข้าใจตอนนี้ก็คือว่า route map เป็นคำสั่งที่กำหนดว่าจะให้ IP หรือ Protocol หรือ Port ไหน
วิ่งไปทางใด เหมาะกับกรณีมีอย่างน้อย 2 link ที่ต่อด้วยกัน
งงอ่ะดิ *0*
วิธีทำเลยแ้่ล้วกัน
ขั้นแรก ทำ ACL
access-list 110 permit ip 192.168.10.0 0.0.0.255 any
จากนั้นก็มาทำ route map policy
route-map test permit 10
match ip address 110
set ip next-hop 192.168.20.1
บรรทัดแรกเป็นการสร้างชื่อของ route-map มาก่อนในที่นี้ตั้งชื่อว่า test
บรรทัดที่สองเป็นการบอกว่าจะให้ match กับ address 110 ซึ่งก็คือ acl 110 นั่นเอง
บรรทัดสุดท้ายเป็นการบอกว่าถ้า match แล้วจะให้ส่งไปที่ไหน
ทีนี้เราก็เอามาใช้งานจริง เวลาทำก็จะให้เอามาใส่ที่ interface
interface FastEthernet0/0
ip address 192.168.18.1 255.255.255.0
ip route-cache policy
ip policy route-map test
ตรงนี้สำคัญเพราะเป็นการเอามาใช้แล้ว ใ้ห้ดูที่สองบรรทัดสุดท้ายนะ
จากนั้นก็มาเชคกันว่า มันใช้ได้จริงป่าวโดยใช้คำสั่งดังนี้
#sh route-map
route-map test, permit, sequence 10
Match clauses:
ip address (access-lists): 110
Set clauses:
ip next-hop 192.168.20.1
Policy routing matches: 11052440 packets, 2052233442 bytes
#sh ip cache policy
Total adds 35, total deletes 2320
Type Routemap/sequence Age Interface Next Hop
NH test/10 3d05h Serial0/1 192.168.20.1
แค่นี้ก็จบแล้วครับ ลองเอาไปใช้ดูนะ เฮอๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)